ทักทายเพื่อนร่วมงาน – ตราบใดที่ต้องไป Office เราจึงไม่สามารถจบงานทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว การต่อติดกับเพื่อนร่วมงานมีส่วนสำคัญต่อประสิทธิภาพงานแต่ละวัน รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วม Office เอาไว้ ไถ่ถามสารทุกข์ สุขดิบ และสิ่งที่พวกเขาต้องการให้ช่วย ถ้าสิ่งไหนไม่เกินความสามารถก็เดินหน้าทำเลย เพราะไม่วันใดวันหนึ่งเราก็คงต้องขอให้เขาช่วยบ้าง ทั้งหมดเริ่มจาก “สวัสดีครับ/ค่ะ” เมื่อเดินเข้าที่ทำงานหรือพบหน้ากัน

จัดโต๊ะทำงาน – เห็นด้วยไหมว่าโต๊ะทำงานที่รก ของวางระเกะระกะฉุดประสิทธิภาพงานให้ลดลง ไม่เชื่อลองนึกย้อนดูว่าหัวเสียแค่ไหนที่ต้องควานหาปากกา ที่เย็บกระดาษ Post-It และจะยิ่งแย่ไปอีกถ้าหมดไปหลายนาทีแล้วยังไม่เจอเอกสารสำคัญ เพราะเวลาเป็นทรัพยากรมีค่าที่สุด หากผ่านแล้วผ่านเลย สถานการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ จะหาอะไรก็เจอ สละช่วงแรกของทุกวันทำงานให้กับการคืนความเรียบร้อยให้โต๊ะประจำ เชื่อเถอะมันคุ้ม

บันทึกเรื่องประทับใจ – จากผลการวิจัยพบว่าผู้ที่เขียนบันทึกถึงเรื่องดีๆ เป็นประจำจะมีความสุขเพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพทำงานดีขึ้น เช่นเดียวกับความตือรือร้น ความมุ่งมั่น และไฟในการทำงานที่มากขึ้น สวนทางกับความเครียดที่ลดลง เมื่อรู้สึกดีกับตัวเองและคิดบวก เราก็พร้อมช่วยผู้อื่นซึ่งสิ่งตอบแทนคือการเป็นที่รักและเพื่อนก็พร้อมยื่นมือมาช่วยยามเขาเหล่านั้นตกที่นั่งลำบากเช่นกัน

เขียนลงไป 3 เรื่องไหนต้องทำก่อน – นี่คือกิจวัตรประจำวันของพนักงานเปี่ยมประสิทธิภาพ เพราะมันเตือนให้รู้ถึงการลำดับความสำคัญ ประหยัดเวลา และทำให้งานลุล่วงได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้มีสมาธิหากวันไหนงานยุ่ง

วางแผนก่อนลงมือ – หลังรู้แล้วว่า3 เรื่องไหนต้องทำก่อน ให้เวลาอีกหน่อยกับการวางแผนว่าจะทำให้เสร็จอย่างไร แบบไหนและใช้อะไรบ้าง รวมถึงแผนสำรอง เพราะจะช่วยให้เราปิด Job ได้ในเวลาอันสั้น เข้าใจว่าอะไรบ้างที่ต้องใช้และเตือนตัวเองถึงเรื่องที่ต้องระวัง

ปลุกไฟด้วยคำบันดาลใจ – ลองหาวาทะดีๆ หรือประโยคสร้างแรงบันดาลใจจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จในวงการต่างๆ เพื่อช่วยปลุกไฟในการทำงานลุกโชน เมื่อกำลังใจเต็มเปี่ยม งานหน้าตรงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

ที่มา : lifehack.org