15 กุมภาพันธ์ 2560 – บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แนวราบและที่อยู่อาศัย มั่นใจปี 2560 บริษัทฯ โตต่อเนื่อง เผย เดือน ธ.ค. 59 ที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว บริษัทฯ สามารถปั้มยอดขายของ 4 โครงการน้องใหม่ได้ มูลค่า 346 ล้านบาท พร้อมประกาศเดินหน้าธุรกิจ 100% เตรียมมุ่งปรับภาพลักษณ์แบรนด์ หวังดึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ลั่นจ่อเปิดเพิ่ม 17 โครงการ ตั้งเป้าสิ้นปีกวาดรายได้ 5 พันล้านบาท

นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการบริษัท เจ.เอส.พี.แอสพลัส จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส  บมจ.เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า เพียงเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา บริษัทฯสามารถทำยอดขายจาก 4 โครงการใหม่ ได้ถึง 346 ล้านบาท โดยจากโครงการ เจ คอนโด พระราม 2จำนวน 102 ล้านบาท ในระยะเวลาขายเพียง 3 อาทิตย์ และจากโครงการ เจ วิลล่า แพรกษา จำนวน 104 ล้านบาท ในระยะเวลา 2 วัน เช่นเดียวกับโครงการ เจ วิลล่า บางปะกง ที่สามารถทำรายได้จำนวน 60 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 วัน  และโครงการ เจ วิลล่า รังสิตคลอง 1 ก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 80 ล้านบาทใน 2 วันด้วยเช่นเดียวกัน

จากปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้เฉลี่ยประมาณการจากโครงการแนวราบที่เปิดเพิ่มอยู่ที่ 40%  ขณะเดียวกันบริษัทฯวางเป้ายอดขายและรายได้ปี 2560 เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยตั้งเป้ารายได้ที่ 5,000 ล้านบาท

“จากการทำยอดขายได้อย่างก้าวกระโดดในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ของปลายปี 59 ที่ผ่านมา ประกอบกับยอดขายโครงการในแคมเปญแรกต้นปีนี้ที่มีลูกค้านักลงทุนชาวไต้หวันเหมาซื้อโครงการไมอามี่ คอนโดบางปู ไป 2 ตึก รวมยอดขายไมอามี่เฉพาะมกราคม 2560 เดือนเดียว 178 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 165.70 ล้านบาท และมีแนวโน้มยอดจองเพิ่มอีก 2 ตึก จึงทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าปี2560 บริษัทฯ จะสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องไปได้ไกล อีกทั้งบริษัทฯ ได้เริ่มทำการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น โดยเน้น กลุ่มลูกค้าแบบแมส(Mass) กลุ่มGenXและGenY  ซึ่งยังจัดเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการซื้อสูงอยู่ในปัจจุบัน และในปีนี้บริษัทฯ ยังเตรียมเดินหน้าเต็มกำลัง เพื่อเปิดโครงการเพิ่มอีก 17โครงการ โดยในช่วงไตรมาส 1/60 กลุ่ม J series จะเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 7 โครงการ ได้แก่ โครงการ เจ คอนโด พระราม 2 , เจ แกรนด์ สาทร-กัลปพฤกษ์, เจ ซิตี้ ติวานนท์-บางกะดี, เจ ซิตี้ รัตนาธิเบศร์-บางบัวทอง, เจ วิลล่า สุขุมวิท-แพรกษา , เจ วิลล่า รังสิต คลองหนึ่ง ,  เจ วิลล่า บางปะกง- บ้านโพธิ์  เป็นต้น  โดยคาดว่าสิ้นปี 2560 บริษัทฯ จะสามารถทำรายได้แตะ 5,000 ล้านบาท ตามเป้าที่ตั้งไว้ด้วยแน่นอน” นายไพโรจน์ กล่าว

ปัจจุบันบริษัทเจ เอส พี พร็อพเพอร์ตี้ มีความพร้อม100%ในการรุกขยายธุรกิจ เนื่องจากแนวโน้มภาพรวมธุรกิจในช่วงต้นปีค่อนข้างหวือหวาและไปได้สวย และยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของราคา คุณภาพสินค้า คุณภาพด้านงานก่อสร้างที่ได้มาตรฐานเทียบเท่ากับค่ายใหญ่รายอื่น ๆ พร้อมความได้เปรียบด้านทำเล และที่ตั้งโครงการ อีกทั้งล่าสุดบริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาการซื้อที่ดินย่านภาคตะวันออก 2-3 แปลง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากธนาคารชั้นนำต่าง ๆ กว่า10 ธนาคาร ที่ร่วมเป็นพันธมิตร และยกระดับการให้วงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยในแบบพิเศษ จึงทำให้โอกาสการกู้ผ่านของลูกค้าง่ายขึ้นด้วย ในขณะเดียวกันบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้จะดีขึ้น และกำลังซื้อ ความต้องการที่อยู่อาศัยก็คาดว่าน่าจะกลับมาฟื้นตัว จึงถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมต่อการสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุนเพิ่มเติม พร้อมก้าวไปสู่ความเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคตได้แน่นอน นายไพโรจน์ กล่าวสรุป