ในฐานะหนึ่งในแบรนด์ผู้นำในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่  “บัตรเครดิตกรุงศรี” จะมีชื่อเสียงมายาวนาน และด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ทันสมัยและเข้าใจอินไซต์ลูกค้าในวัยทำงาน ทำให้บัตรเครดิตกรุงศรีเข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดี จนทำให้ปัจจุบันมีฐานลูกค้าในความดูแลกว่า 2 ล้านบัญชี

มาวันนี้ ภายใต้การนำของผู้นำคนใหม่ สมหวัง โตรักตระกูลกรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด “บัตรเครดิตกรุงศรี” จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และปรับโฉมไปในทิศทางใด Marketeer มีคำตอบ

ก่อนอื่นคงต้องทำความรู้จักกับผู้บริหารท่านนี้กันเสียก่อน ก่อนที่จะย้ายจากธนาคารกรุงศรีอยุธยามาดำรงตำแหน่งนี้ สมหวัง เคยเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการวางแผนการตลาด และรักษาการแทนผู้บริหารฝ่ายบริหารงานการตลาด กลุ่มงานกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบด้านการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและบริหารแบรนด์ การบริหารการตลาด โดยมีบทบาทสำคัญในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ของกรุงศรี ให้ดูทันสมัยและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานมากว่าสิบปีในวงการเงินการธนาคาร โดยเฉพาะในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย รับรองได้ว่าเกมการตลาดบัตรเครดิตในปีนี้คึกคักแน่นอน

ต่อยอดความสำเร็จ สร้างจุดยืนแบรนด์ให้โดดเด่น

“แบรนด์บัตรเครดิตกรุงศรี เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เพราะเราเป็นบัตรเครดิตในเครือสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของไทย จึงมีข้อได้เปรียบในแง่ชื่อเสียงของแบรนด์ที่มีมายาวนาน ที่ผ่านมาธุรกิจของเรานับได้ว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างเมื่อปีที่แล้ว จำนวนบัตรใหม่เติบโตถึง 35% ซึ่งนับว่าสูงมาก เป็นผลจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ บัตรเครดิตกรุงศรี  เจซีบี แพลทินัม ที่มีสิทธิประโยชน์ที่โดนใจผู้บริโภค คือ กลุ่มคนวัยทำงานรุ่นใหม่ที่นิยมไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือชื่นชอบสินค้าและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น

“แบรนด์บัตรเครดิตกรุงศรี เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เพราะเราเป็นบัตรเครดิตในเครือสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของไทย จึงมีข้อได้เปรียบในแง่ชื่อเสียงของแบรนด์ที่มีมายาวนาน ที่ผ่านมาธุรกิจของเรานับได้ว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างเมื่อปีที่แล้ว จำนวนบัตรใหม่เติบโตถึง 35% ซึ่งนับว่าสูงมาก เป็นผลจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ บัตรเครดิตกรุงศรี เจซีบี แพลทินัม ที่มีสิทธิประโยชน์ที่โดนใจผู้บริโภค คือ กลุ่มคนวัยทำงานรุ่นใหม่ที่นิยมไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือชื่นชอบสินค้าและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น

ความท้าทายที่เราจะต้องมาคิดกันในปีนี้ จึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไร จึงจะสามารถสร้างจุดยืนของแบรนด์ในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบัตรเครดิตกรุงศรี ให้มีความโดดเด่นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y, Gen Z ได้มากขึ้น

เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เติบโต รวมทั้ง ทำอย่างไรจึงจะสร้างสรรค์แคมเปญโปรโมชั่นต่าง ๆ ให้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ให้บัตรของเราเป็นบัตรที่ลูกค้าเลือกใช้เป็นอันดับต้น ๆ เพื่อเพิ่มยอดใช้จ่ายผ่านบัตรให้สูงขึ้น”

ชูนวัตกรรม สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า

“ทิศทางธุรกิจของบัตรเครดิตกรุงศรีในปีนี้ที่เราจะโฟกัส ก็คือ  “การสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า” (Ultimate Customer Journey) เราจะตั้งคำถามในการดำเนินงานในทุก ๆ ขั้นตอน ว่าทำอย่างไร จึงจะสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าของเราได้ นับตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ การทำการตลาด ไปจนถึง การให้บริการลูกค้าบัตรเครดิตเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้ เราจะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วย เราจะวิเคราะห์ข้อมูลและพอร์ทอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำความเข้าใจลูกค้าที่เรามี มาปรับจุดยืนของแบรนด์ให้โดดเด่น และตอบโจทย์โดนใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น อย่างแคมเปญการตลาด เราจะใช้ Big Data เข้ามาช่วย เพื่อออกแบบแคมเปญการตลาดให้แตกต่างกัน ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร และที่ขาดไม่ได้ก็คือ

การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับสมัครบัตรไปจนถึงการให้บริการลูกค้าบัตรเครดิต เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น และได้รับความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ คือทิศทางที่บัตรเครดิตกรุงศรี จะเดินหน้าต่อจากนี้ไป ซึ่งเรามั่นใจว่า จะทำให้บัตรเครดิตกรุงศรี เป็นบัตรเครดิตอันดับต้น ๆ ในใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราอย่างแน่นอน”