มองให้เป็นเรื่องเล็ก – ทุกครั้งที่เผชิญปัญหา นั่นคือบทสอบความมุ่งมั่น จงแน่วแน่และอย่าเปิดทางให้สิ่งเหล่านั้นเข้ามารบกวนจิตใจจนเขวหรือแกว่ง ท่องให้ขึ้นใจว่าอุปสรรคจะปรากฏขึ้นต่อเมื่อตาเราละจากเป้าหมาย คนจริงต้องกล้าเชิดหน้ารับความท้าทายระหว่างทาง เดินไปโดยไม่กลัวขวากหนามเพราะมันคุ้มกับความสำเร็จที่รออยู่ปลายทาง ปล่อยให้การล้มเลิกอะไรง่ายๆ เป็นเรื่องของคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถอดใจยอมแพ้ทุกครั้งที่เจอปัญหา จนไม่เคยทำงานใหญ่ให้ลุล่วง

เปลี่ยน “หวังไว้ว่า” เป็น ”วางแผน” เพื่อลงมือทำ – เปลืองเวลาเปล่าถ้ามัวมโนว่าสิ่งต่างๆ จะเป็นดังหวังแต่กลับไม่ทำอะไรเลย ใช้การวางแผนตามความเป็นจริงเพื่อรับประกันความสำเร็จ โดยยึดหลัก SMART ซึ่งย่อมาจาก Specific (ตรงเป้า) ,Measurable (ตรวจวัดได้) ,Achievable (เป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ) ,Realistic (เกิดขึ้นได้จริง) ,Time-based (ถูกกาลเทศะ) ทุกครั้งที่ร่างแผน

รู้จุดแข็งของตัวเอง – ประโยชน์จะเกิดขึ้นกับตัวเราและงานตรงหน้าถ้ารู้จุดแข็ง ใช้ความสร้างสรรค์แล้วแปลงมันให้ ค้อน พลั่ว บันได ทุบ ขุด หรือปีนข้ามกำแพงปัญหา แทนการนั่งถอนใจโทษตัวเองว่า “ทำไมทำอะไรไม่ได้เลย”

จงเชื่อมั่น – หากเชื่ออะไรแล้วอย่าให้สิ่งไหนมาสั่นคลอน แปลงมันให้เป็นจุดแข็ง เป็นทักษะและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สมองเรามีวิธีประสาทที่เรียกว่าระบบโครงข่ายประสาทกระตุ้นการตื่นตัว (RAS) ซึ่งรับข้อมูลมาจากส่วนต่างๆของสมอง พิจารณาว่าทักษะไหนเอามาใช้ได้ยามจำเป็น หมายความว่าเราสามารถกำหนดไว้สมองคิดบวกและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เพื่อคว้าความสำเร็จ

ที่มา : success.com