คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแรกในไทยที่เปิดสอนทุกระดับตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาระดับโลกจาก AACSB (The Association of Advance Collegiate School of Business) สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาด้านบริหารธุรกิจที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดจากอเมริกา

ไม่เพียงแต่สถาบันการศึกษาจะได้รับการรับรองมาตรฐาน ผู้บริหารอย่าง  รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการบอร์ดบริหารของ AACSB และกรรมการของ IAC-Y (Initial Accreditation Committee Y)  ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติหน้าที่คัดกรองและคัดเลือกในการรับรองมาตรฐานให้แก่สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจทั่วโลก

ไม่เพียงเท่านั้น รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ ยังดำรงตำแหน่งกรรมการของ EPAS Accreditation Board จากสถาบัน EFMD (European Foundation for Management Development) สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษานานาชาติที่มีชื่อเสียงจากยุโรปอีกด้วย นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกให้ทำงานในตำแหน่งนี้อีกเช่นกัน

พันธกิจหลักของสองสถาบันทั้ง AACSB และ EFMD คือ ต้องการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาด้านธุรกิจทั่วโลก ผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพ โดยคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพด้วยหลักเกณฑ์ต่างๆ ตามที่กำหนด

รศ.ดร.พสุ เผยว่า “ทั้งสองสถาบัน AACSB และ EFMD มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาด้านธุรกิจทั่วโลกเหมือนกัน หากเกณฑ์การตัดสินจะเน้นความสำคัญที่แตกต่างกันโดย AACSB จะมีขั้นตอนที่ชัดเจน มีกระบวนการ ทุกอย่างจับต้องได้ มีสถิติมารองรับ แต่ EFMD จะเน้นเรื่องการพบปะแลกเปลี่ยน เรื่องความสัมพันธ์ของแต่ละสถาบัน การมีเครือข่ายระหว่างกัน”

 

รศ.ดร.พสุ กล่าวถึงมาตรฐานการศึกษาไทยว่า “การได้รับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับนานาชาติของสถาบันการศึกษาในไทย เช่น คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ นั้นเป็นการบ่งชี้ถึงมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาไทยเทียบเท่ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และแสดงให้เห็นถึงความมีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเครื่องมือที่จะช่วยกระตุ้นและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะปัจจุบันเราไม่สามารถปิดตัวเองอยู่แค่ในประเทศ ต้องปรับตัว เปิดรับไอเดียและสร้างความร่วมมือกับภายนอกมากขึ้น”

“การได้เป็นกรรมการบริหารองค์กรระดับโลกทางการศึกษา ทั้งจากทางอเมริกาและยุโรป ก็เหมือนการเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแสดงให้ต่างชาติได้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพที่เรามี รวมถึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ทางด้านการศึกษา เพื่อนำมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ให้เกิดผลประโยชน์กับประเทศชาติและสังคมต่อไป” รศ.ดร.พสุ กล่าวปิดท้าย