ในฐานะนักกลยุทธ์ด้านการตลาด เราต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะทำการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในแนวทางที่พวกเขาเหล่านั้นพอใจและชื่นชอบตราสินค้า  ความเป็นจริงการดำเนินนโยบายทางการตลาดมักขับเคลื่อนด้วยลูกค้ามากกว่าปัจจัยอื่นใดอยู่แล้ว  เช่น  การเพิ่มขึ้นของการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน

เพราะพฤติกรรมของลูกค้านิยมใช้และเปิดรับสารต่าง ๆ ผ่านสื่อเหล่านี้นั่นเอง  ซึ่งส่งผลให้ตราสินค้าต้องสามารถทำการสื่อสารได้โดยตรงกับลูกค้าของพวกเขาด้วยสื่อโซเชียลมีเดีย  เพื่อพัฒนาช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและมีโอกาสทราบถึงคุณลักษณะและความต้องการในตัวสินค้าจากลูกค้าอีกด้วย เพื่อต่อยอดสินค้าที่จะผลิตในอนาคต และที่สำคัญลูกค้าก็จะกลายเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไปโดยปริยาย

ปัจจุบันนี้พบว่า 80% ของข้อความออนไลน์นั้นผู้ใช้ออนไลน์เป็นผู้ผลิตโดยเขียนขึ้นเอง และข้อความก็ขยายความน่าสนใจมากขึ้นจากเพื่อน ๆ และเครือข่ายของลูกค้านั่นเอง

คำถามที่สำคัญก็คือ บริษัทจะได้มาซึ่งลูกค้าที่มีความกระตือรือร้นต่อตราสินค้าได้อย่างไร เราจะพิจารณาว่าในบรรดาผู้ที่มาเยี่ยมชมเว็บเพจนั้น  ใครเป็นใคร โดยให้ความสนใจกับกลุ่มลูกค้าตัวจริงเป็นหลักก่อนเพราะพวกเขามักชื่นชมตราสินค้าของคุณกับเพื่อน ๆ ของพวกเขา  โดยเราต้องทราบว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีจำนวนสักเท่าไร  และเขากล่าวถึงตราสินค้าเราอย่างไรบ้าง

 

ต่อไปนี้คือ 11 กุญแจสำคัญที่จะช่วยพัฒนาแนวทางที่ตราสินค้าของคุณจะสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

1.สื่อสารด้วยความแท้จริง

ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไม่ต้องการให้ตราสินค้าพูดคุยกับพวกเขาเหมือนพวกเขาเป็นเพียงแค่ตัวแทนของเงินทองที่ตราสินค้าต้องการเท่านั้น  หาได้มีความสำคัญและไม่มีความจำเป็นต้องสนใจอะไรมากมาย พวกเขาต้องการความแท้จริง รวมถึงการสื่อสารที่จริงใจ  เมื่อโพสต์และโต้ตอบกับลูกค้า ตราสินค้าต้องกระทำด้วยความจริงใจน่าเชื่อถือ พูดกับลูกค้าเหมือนคนปกติทั่ว ๆ ไป  สื่อสารตรงไปตรงมากับลูกค้า และผู้ติดตาม  มีความยืดหยุ่นและเป็นกันเอง  โดยต้องติดตามและวิเคราะห์ความสนใจและความต้องการของลูกค้าอย่างละเอียดและรอบคอบ ให้เวลากับการวางแผนและทำให้ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของตราสินค้าคุณมีความสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

 

2.มีบทสนทนาที่สามารถโต้ตอบกันได้

จำไว้ว่าสำเนียงและโทนเสียงทำให้ตราสินค้าของคุณเป็นปุถุชน ที่สำคัญทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ ใช้เวลาไปกับความจริงใจ ไม่ล่าช้าในการสนทนากับลูกค้าและ ผู้คาดหวัง ต้องกำหนดวิธีการและให้การสนับสนุนรูปแบบการตลาดโซเชียลมีเดีย ความแข็งแกร่งของ กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้กลยุทธ์การทำการตลาดของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

3.สร้างสรรค์คำบรรยายบนความเป็นตัวตนของผู้ซื้อมากกว่าบนตัวตนของตัวเอง

การสร้างสรรค์คำบรรยายบนความเป็นตัวตนของผู้ซื้อหรือบุคลิกของลูกค้าจะช่วยให้คุณเข้าใจกลุ่มลูกค้าที่แท้จริงได้ดีขึ้น  คุณสามารถเริ่มต้นการบริหารจัดการได้โดยการสัมภาษณ์และทำการวิจัย  จากนั้นทำการแปลงเป็นข้อความและนำไปใช้งาน  เมื่อคุณรู้ถึงความคิดของลูกค้าของคุณจริง ๆ แล้ว  คุณก็จะสร้างสรรค์ข้อความที่กระตุ้นความสนใจเขาเหล่านั้นได้มากขึ้น  ซึ่งแนวโน้มพวกเขาก็จะสื่อสารโต้กลับกับตราสินค้าในด้านบวกด้วยเช่นกัน  เนื่องจากคุณเข้าใจเขามากกว่าตราสินค้าใด ๆ

 

4.แสดงบุคลิกความเป็นตัวตนของคุณ

พัฒนาภาษาที่สร้างความปลื้มปิติให้กับลูกค้าของคุณ  เมื่อลูกค้าชื่นชมและพอใจก็จะพูดถึงตราสินค้าของคุณในทางที่ดี  ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์ข้อความใหม่ ๆ โดยข้อความเหล่านี้จะถูกเผยแพร่ต่อและเข้าถึงลูกค้าคนอื่น ๆ และผู้คาดหวัง  แล้วทำการเผยแพร่ข้อความของคุณต่อ ๆ ไปอย่างเป็นธรรมชาติ อันจะช่วยสร้างรูปลักษณ์ให้กับตราสินค้าของคุณและทำให้บุคลิกจริง ๆ ของตราสินค้าฉายออกมา จัดหาคำบรรยายตัวตนของผู้ซื้อและโพสต์ข้อความแบบสนุกสนานกับพวกเขา แน่นอนว่าต้องให้ผู้อ่านรู้ว่าตราสินค้าของคุณเป็นมืออาชีพ แต่ก็ต้องมีความสนุกสนานและมีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันด้วย  พึงระลึกไว้ว่าผู้คนมักชอบการติดต่อสัมพันธ์มากกว่าข้อมูลข่าวสาร

 

5.จัดเตรียมข้อความที่ตรงประเด็น

ข้อความที่ยิ่งใหญ่นั้นจะต้องเป็นข้อความที่โดนใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ จงให้เวลากับการทำความเข้าใจผู้อ่านซึ่งเป็นลูกค้าของคุณอย่างแท้จริง ทำการวิจัยปัญหาของพวกเขาโดยตรง  ทำการศึกษาว่าที่ไหน เมื่อไร และอะไรที่พวกเขาชอบมากกว่า การทำเช่นนี้สามารถเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณได้มากขึ้น

 

6.ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล หากลูกค้าโพสต์ทิ้งประเด็นปัญหาไว้

สร้างสรรค์การเข้าร่วมในชุมชนโซเชียลโดยการช่วยเหลือผู้อ่าน ให้เวลากับการตอบกลับเพื่อช่วยเหลือหรือตอบปัญหามากกว่าปล่อยปละละเลยและไม่สนใจคำถามของลูกค้า  การสร้างความสัมพันธ์เหล่านี้จะนำพาธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว  เป็นสิ่งจำเป็นที่คุณต้องให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาข้องใจ มากกว่ามุ่งเน้นเพียงเพื่อต้องการขับเคลื่อนธุรกิจและการวัดผลเชิงรายได้อันเกิดจากยอดขายสินค้าเท่านั้น

 

7.มุ่งเน้นคุณภาพของคำมั่นสัญญามากกว่าปริมาณ

‘คุณภาพ’ ของคำมั่นสัญญาด้วยข้อความนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ‘ปริมาณ’ ของคำมั่นสัญญา ข้อคิดเห็นที่รอบคอบ และการตอบกลับหรือโพสต์ที่ตอบคำถามทั่วไปของผู้อ่านของคุณเป็นข้อได้เปรียบสำหรับวิธีการสื่อสารตราสินค้าของคุณ ในขณะเดียวก็สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นด้วย การพูดคุยกับลูกค้าของคุณโดยตรงนั้นทำให้ได้แนวคิดในการทำการตลาด อย่า! ทำการวิเคราะห์เพียงข้อมูลเท่านั้น การทำธุรกิจที่มีการสัญญาอย่างจริงจังกับลูกค้านั้นมีความหมายมากกว่าการทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจด้วยการยกย่อง เยินยอที่ไม่จริงใจ  ซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถรับรู้ได้

 

8.จงเปิดใจให้กว้าง

ความโปร่งใสและการเปิดกว้างเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลสำหรับการสร้างพลังผ่านกลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลมีเดียของคุณ การตลาดแบบนี้มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณ โดดเด่นเหนือคู่แข่ง การเขียนด้วยความโปร่งใสและเปิดกว้างสามารถช่วยให้คุณทำการสื่อสารด้วยความมั่นใจและไม่มีเรื่องที่ต้องปิดบังและนำมาซึ่งการโต้เถียงกันอันเป็นหนทางสู่วิกฤติบนความขัดแย้งในอนาคตอีกด้วย

 

9.โพสต์เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ นอกเหนือจากเรื่องราวของตราสินค้า

ต้องแน่ใจว่าโพสต์ของคุณไม่ได้มีแต่เรื่องที่เกี่ยวกับบริษัทและธุรกิจของคุณเท่านั้น แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะสำคัญก็ตาม เมื่อคุณโพสต์ข้อความทั่วไปอื่น ๆ นอกเหนือจากหัวข้อปกติของคุณจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกสบายใจ ไม่อึดอัดที่จะฟังแต่เรื่องราวเดิม ๆ เช่นเดียวกับที่คุณก็เป็นตัวของตัวเองด้วย แชร์โพสต์ที่สำคัญ ๆ ของผู้นำธุรกิจอื่น ๆ และพูดถึงข่าวสารที่อยู่ในกระแสบ้าง การเพิ่มเนื้อหาที่น่าสนใจไว้ด้วยนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะคุณจะไม่สูญเสียความสนใจของผู้อ่านไป ทั้งยังรักษาจำนวนของผู้อ่านของคุณไว้ได้ด้วย

 

10.เพิ่มเติมเนื้อหาเพื่อความสนุกสนานอย่างแท้จริงของลูกค้า

โพสต์สิ่งที่คุณคิดว่าผู้อ่านของคุณเกิดความสนุกสนาน โดยไม่แนบแบบฟอร์มดักจับผู้คาดหวังหรือช่องทางติดต่อธุรกิจของคุณ เพื่อไม่ให้เป็นการยัดเยียดเชิงธุรกิจมากเกินไป การโพสต์ลักษณะนี้จะทำให้ผู้อ่านพอใจและรู้สึกชอบโพสต์ของคุณมากขึ้น พวกเขาจะตั้งตาคอยโพสต์เหล่านี้ นอกจากนี้โพสต์ลักษณะดังกล่าวยังเพิ่มความไว้วางใจได้อีกด้วย เพราะผู้อ่านเห็นว่าคุณไม่ได้คิดแต่จะส่งเสริมธุรกิจของคุณ คุณทำเพื่อให้บริการและทำให้ผู้อ่านของคุณมีความสุข ถ้าคุณพบวีดีโอ ยูทูปที่สนุก ๆ ซึ่งสามารถเข้าถึงตัวตนของผู้อ่านก็นำมาแชร์ต่อได้ ไม่เสียหายอะไรเลย

 

11.ใช้ประโยชน์จากหัวข้อที่ลูกค้าสร้างขึ้น

เราอาจได้ประโยชน์จากหัวข้อที่ลูกค้าสร้างขึ้น ตราสินค้าควรจะทำงานเพื่อพัฒนาสินค้าและเนื้อหาของตัวเอง  เพราะลูกค้ายังคงมีอิทธิพลและเป็นเจ้าของร่วมกับตราสินค้าที่พวกเขาชื่นชอบ แชร์ข้อความของลูกค้าและฝากข้อเสนอของคุณไว้ด้วย   เพื่อให้ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการเห็นและต้องการได้รับประสบการณ์จริง ๆ จากตราสินค้านั่นเอง

 

ความเสี่ยงทั้งหลายของการตลาดในอดีต  เกิดขึ้นเพราะเราต้องการความร่วมมือจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย  จนลืมทำความเข้าใจธรรมชาติและพฤติกรรมของลูกค้า  ดังนั้นนักกลยุทธ์การตลาดในปัจจุบันต้องทำการย้ายจากการตลาดที่มุ่งเน้น “ที่ลูกค้า”  ไปสู่การตลาดที่มุ่งเน้น “ส่วนร่วมกับลูกค้า”

ผู้เขียนหวังว่ากลยุทธ์ที่สำคัญ 11 ข้อ เหล่านี้ จะช่วยให้ตราสินค้าของคุณสัมผัสกับลูกค้าอย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  แล้วพบกันฉบับหน้านะครับ!