ณ เวลานี้หากจะหาใครที่ Hot เทียบเท่า 2 สาว Presenter อย่าง “ชมพู่-อารยา” และ “ใหม่-ดาวิกา”  ที่แบรนด์สินค้าต่าง ๆ ทั้งแบรนด์ไทยและ Inter Brand ต่างกล้าที่จะควักเงินจ้างเธอทั้งสองคน แม้จะมีค่าตัวแตะระดับตัวเลข 8 หลัก แต่ก็ต่างมองว่าเป็นการลงทุนที่ “คุ้มค่า”

เพราะต่างมองว่านี้คือ “แม่เหล็กชิ้นดี” อันทรงพลังในการบิวด์ยอดขายและใช้สร้างแบรนด์แบบ “ขึ้นทางด่วน” ให้คนรู้จักและยอมรับสินค้าอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือการตลาดที่ช่วยสะท้อน Brand Personality ของสินค้าตัวเองต่อสายตาสาธารณะชนได้ชัดเจน โดยไม่ต้องมีคำอธิบายอะไรมากมาย

 

Image ที่ดูแพงคือ “จุดขาย”

ที่น่าสนใจคือทั้งสองสาว Presenter นี้ต่างมี Image ที่แฝงไปด้วยความเป็น Inter นั้นคือ “ลูกครึ่ง” โดย “ชมพู่-อารยา” เป็นลูกครึ่ง ไทย – อังกฤษ ในขณะที่ “ใหม่-ดาวิกา” เป็นลูกครึ่ง ไทย – เบลเยี่ยม แน่นอนทั้งรูปร่าง หน้าตา นอกจาก “เป๊ะเวอร์” แล้วนั้น สิ่งที่ทั้ง 2 คนมีแต่ดาราหญิงคนอื่นไม่มีหรือบางคนอาจจะมีแต่ยังไม่สามารถทาบรัศมีของ 2 Presenter นี้ได้นั้นคือ “ออร่า”

แล้ว “ออร่า” ที่ว่านั้นหน้าตาเป็นแบบไหน? หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด คือสมมติมีดารา 3-4 คนบนเวทีงานใดงานหนึ่ง “ชมพู และ ใหม่” จะมีความโดดเด่นเจิดจรัสเหนือกว่าดาราคนอื่น ๆ หรือพูดตามภาษานักข่าวบันเทิงคือ เธอทั้งสองคนจะดู “แพง” และ Premium ที่สุดบนเวที

จึงไม่แปลกที่ค่ายรถหรูอย่าง Benz จะเลือก “ชมพู่-อารยา” เป็น Presenter ถึง 2 ปีติดต่อกัน เพื่อสะท้อนถึงการเป็นรถหรูที่มียอดขายอันดับหนึ่งในเมืองไทย, ลอรีอัล ปารีส ก็เลือกใช้เธอ, ในขณะที่ซัมซุงเลือกใช้เธอทั้งสินค้า Smartphone, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และแบรนด์สินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย รวม ๆ กันแล้วจากในอดีตจนถึงปัจจุบันสาวชมพู่รับบทบาท Presenter เกือบ ๆ 60 สินค้า (ข้อมูลวิกิพีเดีย)

 

ในขณะที่ “ใหม่-ดาวิกา” แม้จะเป็น Presenter เกือบ ๆ 30 สินค้าซึ่งยังห่างไกลจากรุ่นพี่อย่าง “ชมพู อารยา” แต่อย่าลืมว่าเธอเพิ่งก้าวรับงาน Presenter เพียงแค่ 7 ปี ในขณะที่ “ชมพู อารยา” เป็น Presenter ครั้งแรกในปี 2543 ให้แก่ยาดมวาเป็กซ์ หรือเกือบ ๆ 17 ปีที่แล้ว

ที่น่าสนใจคือ พลัง Branding ของ “ใหม่ ดาวิกา” ก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่ารุ่นพี่ นั่นเพราะกลุ่มแบรนด์ระดับ Hi-End ต่างก็เลือกใช้เธอเพื่อตอกย้ำ Image Brand พร้อมกับสร้างกระแสและยอดขายได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ไอศกครีม Magnum, ครีมอาบน้ำเนื้อโลชั่น NAMU, หรือแม้แต่แบรนด์จีน Oppo ที่เลือกใช้เธอเป็น Presenter ให้แก่ Smartphone รุ่น Top ของแบรนด์

 

อายุน้อยคือ ไพ่ที่เหนือกว่า

และอีกอย่างที่ลืมไม่ได้และเป็นสิ่งที่ “ใหม่ ดาวิกา” ถือไพ่เหนือกว่านั้นคือ “ความสดใหม่” เพราะเธอเองเพิ่งอายุ 24 ปี ในขณะที่ “ชมพู่-อารยา” อายุ 36 ปี ซึ่งก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า Life Cycle ของ “ชมพู่-อารยา”นั้นอยู่ในช่วงปลาย ๆ ของอาชีพการเป็น Presenter อีกไม่นานเธอเองก็คงจะไม่สามารถป๊อปปูล่าเหมือนอย่างในช่วงอดีตที่พีคสุดขีด

เงื่อนไขของอายุบวกกับการเป็น Presenter ให้กับสินค้าที่ยังไม่มากนักหากเทียบกับรุ่นพี่คือ “แต้มต่อ” ของ “ใหม่-ดาวิกา” เพราะอย่าลืมว่าสิ่งหนึ่งที่แบรนด์จะตัดสินใจควักเงินหลักล้านบาทจ้างดาราสักคน ต้องย้อนกลับไปดูโปรไฟล์ดาราคนนั้นกับผลงาน Presenter เก่า ๆ ว่ามีสินค้าแบรนด์ไหนที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าตัวเอง

เพราะสิ่งที่ Brand กังวลใจและกลัวมากที่สุดนั่นคือ เมื่อตัดสินใจทุ่มใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทั้ง Mass Media และสื่อ Online แต่ผู้บริโภคกลับไปหวนคิดถึงสินค้าอื่น ๆ ในอดีตของ Presenter คนนั้นที่ตัวเองจ้างมา

 

ชมพู่ ราชินีแห่ง Social Network

แต่สิ่งหนึ่งที่ “ใหม่-ดาวิกา” ยังต้องเรียนรู้นั่นคือ Personal Branding ในโลก Social Network แม้เธอเองจะมี IG ที่ชื่อว่า @davikah แต่การโพสต์ภาพของเธอแต่ละครั้งเป็นไปอย่างไร้ซึ่งกระบวนท่าทางการตลาด คือคิดจะโพสต์อะไรก็โพสต์

ผิดกับรุ่นพี่อย่าง “ชมพู่-อารยา” ที่เธอรู้ดีว่าสื่อ Social Media ก็คือสื่ออย่างหนึ่งที่ทรงพลังมากในการ Present ตัวเอง แน่นอนทุกการเคลื่อนไหวใน IG ของเธอล้วนมีความหมาย

เพราะทุกโพสต์จะไม่หลุดมาตรฐานในการตอกย้ำ Positioning ของตัวเธอเองว่าฉันคือ Celebrity Lifestyle ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิต เรื่องแฟชั่น เรื่องปาร์ตี้ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมด จึงไม่แปลกที่ IG ของเธอที่ใช้ชื่อ @chomismaterialgirl จะมีผู้ติดตามเกือบ ๆ 6.7 ล้านคน

และการเป็นเจ้าแม่ Social Network ของ “ชมพู่ อารยา” เองก็ถือเป็นอีกหนึ่ง “จุดขาย” ของเธอที่ “เหนือกว่า” ดาราคนอื่น ๆ ที่จะทำให้แบรนด์สินค้ากล้าตัดสินใจเลือกเธอได้ง่ายขึ้น เพราะรู้ว่านอกจากจะใช้ในสื่อ Mass และสารพัดกิจกรรมการตลาดแล้วนั้น ช่องทาง IG ของเธอยังสามารถ Tie in สินค้าไปอย่างเนียน ๆ แถมยังมีพลังการสื่อสารที่รุนแรง

 

ถ้าจะเกาะกระแสแบรนด์ต้อง “เป็นงาน”

ถึงแม้การเลือกใช้ Presenter จะมีข้อพึงระวังสำคัญคือ ต้องเป็นดาราที่มีภาพลักษณ์ที่ดี ไร้ซึ่งข่าวฉาว เพราะถ้าหากยังจำกันได้ในอดีตที่ผ่านมาทั้ง “แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช” ฟิล์ม-รัฐภูมิ ก็เคยต้องถูกถอดจากการเป็น Presenter ด้วยกรณีข่าวฉาว

แต่ใช่ว่าข่าว “ด้านลบ” จะทำให้ดาราหมดอนาคตในการรับงาน Presenter ตรงกันข้ามกลับทำให้เป็นที่สนใจของแบรนด์สินค้ามากขึ้นไปอีก เพราะนั้นหมายถึง Presenter คนนั้นจะช่วยทำให้สินค้าเป็นที่สนใจเกาะกระแสไปกับข่าวด้านลบไปด้วย เพียงแต่ข่าวนั้นไม่ควรจะเป็นข่าวรุนแรงเกินไปกว่าที่สังคมจะรับได้

ซึ่งต้องยอมรับว่าข่าวประเภทนี้ไม่ว่าจะเป็น “ใหม่ หรือ ชมพู่” เองต่างต้องเคย “แก้เกม ดราม่า” แล้วก็สามารถผ่านพ้นมาได้ด้วยดี แต่หากวัดอุณหภูมิความร้อนแรงของข่าวลบที่สามารถเกาะกระแสสื่อได้เหนียวหนึบทั้ง TV หนังสือพิมพ์ ตลอดจนในโลกออนไลน์ ต้องบอกว่าช่วงที่ผ่านมา “ใหม่-ดาวิกา” ถือเป็นอะไรที่ “ดราม่า พิเศษใส่ใข่”

ทั้งภาพหลุดในอดีตจูบปากกับดาราผู้ชาย, มีกลุ่มคนตั้งเพจ Facebook แอนตี้เธอ, ข่าวกิ๊กกับพระเอกชื่อดังจนถูกตั้งฉายาว่าเป็น “นางเอกมือที่สาม” จนไปถึงข่าวเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัว

แต่การเกาะกระแสข่าวดราม่า สิ่งที่แบรนด์สินค้าต้องพึงระวังคือ ในช่วงเวลาข่าวด้านลบที่ทำให้เธอพีคสุดขีด กระแสความร้อนแรงของข่าวอาจจะกลบกระแสการรับรู้ของสินค้าที่เธอเป็น Presenter เพราะฉะนั้นหากแบรนด์สินค้าที่คิดจะใช้วิธีนี้เกาะกระแสจำเป็นต้องมี Creative Content ที่เจ๋ง ๆ เพื่อให้สินค้าดูโดดเด่นกว่าตัว Presenter หรือกลมกลืนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

CHOMPOO---MAI---CONTENT

แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าจะเป็นดาราสุด Hot ขนาดไหน? สิ่งหนึ่งที่หนีไม่พ้นนั้นคือ Lifecycle เพราะเมื่ออายุมากขึ้น นั่นหมายความว่าเส้นทางจ๊อบพิเศษรายได้มหาศาลอย่างงาน Presenter ก็จะลดน้อยลงไปตามกาลเวลาไม่เว้นแม้แต่งานวงการบันเทิง

ทีนี้ขึ้นอยู่ที่ว่าในช่วงเวลาที่มีลมหายใจในวงการบันเทิง ใครจะช่วงชิงเค้กก้อนใหญ่นี้ได้มากกว่ากัน

 

เรื่อง : ฉลองศักดิ์  สุขใจธรรม