อีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ออสเตรเลียอาจไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติหมายเลข 1 ในเมืองตากอากาศของอินโดนีเซียที่อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมฮินดูอีกต่อไป โดยศูนย์สถิติประจำหวัดของบาหลี (BPS) เผยว่ามกราคมถึงพฤศจิกายนปี 2016 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในพื้นที่ 907,028 คน ต่างจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 642,000 คน คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 41.28% และเกือบทั้งหมดเดินทางด้วยเครื่องบินจากจีนตรงมายังสนามบินนานาชาติเดนปาซา มีเพียง 886 คนเท่านั้นที่เดินทางเข้าอินโดนีเซียก่อนแล้วจึงต่อมาบาหลีโดยทางเรือ

ข้อมูลเดียวกันนี้ระบุด้วยว่าตลอด 11 เดือนของปีที่แล้ว บาหลีได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 4.48 ล้านคน อันดับ 1 ยังเป็นชาวออสเตรเลีย ด้วยจำนวน 1.04 ล้านคน เพิ่มจาก 876,748 คน อันดับ 2 คือจีน แต่คาดกันว่าในอนาคตมีแนวโน้มที่อันดับ 2 จะขยับสู่อันดับ 1 เนื่องจากเที่ยวบินบินตรงจากจีนมายังบาหลีจากทั้งสายการบินจีนและสายการบินอินโดนีเซียมีมากขึ้น ประกอบกับจีนเป็นหนึ่งในชาติที่ทางการอินโดเชียอนุญาตเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอ Visa และชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์คงอยากไปเที่ยวที่หมายอื่นซึ่งนอกเหนือไปจากดินแดนที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันกันมากขึ้น

รายงานเชิงบวกดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จำนวนนักเที่ยวจีนจะเพิ่มเป็น 20 ล้านคนในปี 2019 ตามเป้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียวางไว้ และจะช่วยสร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงเศรษฐกิจของชาติพี่ใหญ่ใน ASEAN เนื่องจากนักท่องเที่ยวแดนมังกรราว 130 ล้านที่เดินทางไปต่างประเทศในแต่ละปี ส่วนใหญ่ชอบที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น นอกเหนือจากการจับจ่ายซื้อสินค้าและของฝากต่างๆ

ที่มา : antaranews.com